21 ตุลาคม น้อมรำลึกสมเด็จย่าฯกับวันรักต้นไม้แห่งชาติ

By สันทนีย์ ยะสารวรรณ, ตุลาคม 19, 2018

สมเด็จย่าของชาวไทย หรือ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ทรงพระราชสมภพ วันที่ 21 ตุลาคม ปีพ.ศ. 2443 ทรงเป็น พระราชชนนีในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นพระอัยยิกาในรัชกาลที่ 10 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

แม้ว่า สมเด็จย่าฯ เสด็จสวรรคตในปี  พ.ศ. 2538  แต่ในหัวใจคนไทย พระองค์ทรงมีพระจริยาวัตร และให้ความสำคัญการบำรุงรักษาต้นไม้ การฟื้นฟูความสมดุลของธรรมชาติ โดยพระองค์ทรงปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ด้วยพระองค์เองเป็นตัวอย่างแก่ชาวไทยมาโดยตลอด

ด้วยเหตุนี้คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อ 26 มิถุนายน 2533 กำหนดให้วันคล้ายวันพระราชสมภพ 21 ตุลาคม ของทุกปีเป็น “วันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ” เพื่อแสดงความกตัญญูต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จแม่ฟ้าหลวงของปวงชาวไทย ที่ทรงงานพัฒนาชนบท โดยเฉพาะการฟื้นฟูสมดุลของธรรมชาติ

ซึ่งต่อมา ชื่อ วันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนเป็น “วันรักต้นไม้แห่งชาติ : National Annual Tree Care Day ” เพื่อความเหมาะสม โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบาย ที่จะส่งเสริมให้วันนี้ เป็นวันสำคัญที่คนไทย จะได้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่า และ ตระหนักถึงความสำคัญของต้นไม้ ช่วยกัน บำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้ตามโครงการและสถานที่ต่าง ๆ อนุรักษ์พื้นที่สีเขียว ร่วมมือร่วมใจกันปลูกเพิ่มเติม หรือ ปลูกซ่อมเสริมต้นที่ตายไปให้งอกงาม

นอกจากประโยชน์ ที่เราทราบโดยทั่วกันแล้วว่า ต้นไม้สามารถช่วยผลิตอ๊อกซิเจน ดูดซับคาร์บอน ทำให้อากาศสดชื่นและสร้างร่มเงาบังแดด ต้นไม้ยังเป็นที่อาศัยของสัตว์ประเภทนก แมลง เพิ่มความสมดุลในระบบนิเวศน์ ข้อมูลจากการวิจัยกล่าวถึงการสามารถลดความร้อนของต้นไม้ไว้ว่า หากต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง สามารถดูดน้ำจากดินขึ้นมา แล้วแปลงสภาพน้ำเป็นไอในอัตราประมาณ 65 ลิตรต่อวัน ต้นไม้ต้นนั้นจะมีความสามารถในการลดความร้อนให้กับสภาพแวดล้อม เทียบเท่ากับเครื่องปรับอากาศขนาดถึง 1ตัน หรือ 12,000 บีทียู ทีเดียว และหากสามารถ เพิ่มพื้นที่สีเขียวเช่นการทำสวนบนหลังคา ก็จะช่วยเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยในการและลดอุณหภูมิองศาเซลเซียสให้กับอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในสังคมเมืองใหญ่ ไม้ยืนต้น ยังสามารถดูดซับผงฝุุนละเอียดและมลพิษจากอากาศในระหว่างการคายน้ำพร้อมกันทั้งปล่อยออกซิเจนออกมาจึงช่วยลดมลพิษในอากาศเบาบางลง ทำให้ปริมาณฝุุนละอองลดลงเหลือได้ถึง 1 ใน 4 ผลการวิจัยในต่างประเทศพบว่าต้นไม้ใหญ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 30 เซนติเมตร เช่นต้นซูการ์เมเปิล จะมีความสามารถดูดละอองอณูโลหะหนัก เช่น แคดเมียม  นิเกิล  โครเมียม และตะกั่ว ซึ่งล้วนเป็นอันตรายต่อร่างการมนุษย์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

นอกจากนี้ ต้นไม้ยังสามารถช่วยลดเสียงรบกวน ชะลอ และลดการพังทลายของดิน ลดการเกิดอุทกภัยในฤดูน้ำหลาก และที่สำคัญ ที่ ส่งผลกระทบได้ชัดเจนที่สุดก็คือ ต้นไม้ช่วยลดความตึงเครียด ช่วยพักสายตา การมองไม้ใบเขียวให้ความเครียดลดลงได้อย่างดี

เพื่อร่วมน้อมนำคำสอน และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าฯ ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ สำนักวิทยบริการ จึงขอเชิญชวนน้องๆ นักศึกษา ร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของต้นไม้ และหาโอกาส ในการทำกิจกรรม ปลูกต้นไม้ หรือ ช่วยบำรุงรักษาต้นไม้ ทั้งในบ้านของเราและสถานที่สาธารณะ กันนะคะ

The Good Life, The Green Life !

ข้อมูลอ้างอิงจาก :

http://www.forest.go.th
https://www.moac.go.th
หนังสือ Advanced Thailand geographic, เล่มที่ 105-106
Please follow and like us: